ข้อมูลสำหรับผู้มีสัญชาติไทยเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

ข้อมูลสำหรับผู้มีสัญชาติไทยเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

9 พ.ย. 2563

117,701 view

ข้อมูลสำหรับผู้มีสัญชาติไทยเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

ปรับปรุงล่าสุด ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2564

 

อัพเดทล่าสุด - มาตรการในการเดินทางเข้าประเทศไทย

(1) ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ <<คลิก  ||  สมุยพลัส <<คลิก

(2) การกักตัว - ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป คนไทยที่จะเดินทางไปประเทศไทย จะต้องรับผิดชอบสำรองสถานที่กักตัวและจ่ายค่าใช้จ่ายเอง โดยสามารถดูรายชื่อสถานที่สำหรับกักตัวได้ที่ [ASQ/ALQ]* <<คลิก

*จะเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น AQ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

(2) ระยะเวลาการกักตัว - ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่เดินทางไปประเทศไทยทุกคนจะต้องกักตัวไม่น้อยกว่า 14 วัน ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วหรือไม่จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง

(3) ใบรับรองแพทย์ fit to fly - ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป คนไทยไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ fit-to-fly ในการเดินทางไปประเทศไทย

 

คำเตือน - สายการบินมีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขในการใช้บริการเพิ่มเติมจากที่ทางการไทยกำหนด ดังนั้น ผู้เดินทางจะต้องตรวจสอบกับสายการบินโดยตรงและปฏิบัติตาม

 

 

คนไทยสามารถเดินทางไปประเทศไทยได้โดยปฏิบัติตามมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

1. เอกสารสำหรับการเดินทางไปประเทศไทย (ในฐานะคนไทย)

  • หนังสือเดินทางไทย ที่ยังมีอายุอยู่
  • เอกสาร Certificate of Entry (COE)
  • ใบยืนยันการจอง (confirmation letter) สถานที่กักตัว AQ [ASQ/ALQ]
  • แบบฟอร์ม ต.8 (T.8 form) [ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม]

2. รายละเอียดการดำเนินการ

  • 2.1 ตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านสนใจว่ามีเที่ยวบินนำผู้โดยสารไปประเทศไทยหรือไม่ ในวันเวลาใดบ้าง และดำเนินการจองบัตรโดยสาร (ขอให้เลือกวันเดินทางโดยเผื่อเวลาในการจัดการเรื่องเอกสารด้วย)
  • 2.2 สำรองที่พักในสถานที่กักตัวและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ดูรายละเอียด AQ [ASQ/ALQ]
  • 2.3 ลงทะเบียนขอรับหนังสือรับรองการเดินทางไปประเทศไทยจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (COE) อย่างน้อย 5 วันทำการ ก่อนถึงวันเดินทางแต่ไม่เกิน 1 เดือน ที่ https://coethailand.mfa.go.th โดยกรุณาอ่านขั้นตอนการดำเนินการให้ละเอียด เช่น ท่านต้องได้รับเลข 6 หลัก เมื่อลงทะเบียนขอ COE ในส่วนแรกสำเร็จ และท่านต้องดำเนินการ 2 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 คือ การกรอกส่วนข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อสถานเอกอัครราชทูตอนุมัติแล้ว จึงทำขั้นที่ 2 คือ กรอกข้อมูลการเดินทางและข้อมูล ASQ ทั้งนี้ ท่านสามารถอ่าน คู่มือวิธีการใช้งาน (คลิก) ระบบ coethailand เบื้องต้น หรือดู VDO แนะนำการใช้งานได้ที่ https://youtu.be/E2BYPNrpVuc 
  • 2.4 download แบบฟอร์ม ต.8 (T8 form) นี้ เพื่อใช้สำหรับยื่นที่ประเทศไทย โดยขอให้ท่านกรอกให้เรียบร้อยก่อนถึงประเทศไทย
  • 2.5 เมื่อท่านได้รับ COE แล้ว กรุณาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ThailandPlus และลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง (คู่มือการติดตั้งและการลงทะเบียน PDF) เมื่อท่านเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จะตรวจการลงทะเบียนของท่าน สำหรับท่านที่ไม่สามารถติดตั้งและลงทะเบียนได้เนื่องจากโทรศัพท์ไม่รองรับ ปัญหาทางเทคนิค หรือข้อจำกัดอื่นใด ขอให้ท่านแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ทั้งนี้ ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น ThailandPlus ได้ที่ https://thailandplus.in.th/th/faq-2/
  • 2.6 ข้อควรระวัง
    - ท่านต้องตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมของสายการบิน เช่น เรื่องเอกสารต่าง ๆ ผลการตรวจหาเชื้อ COVID-19 และเวลาในการต่อเครื่องในแต่ละเมือง และดำเนินการตาม แม้จะเป็นเงื่อนไขซึ่งเพิ่มเติมจากข้อกำหนดของทางการไทยก็ตาม
    - แม้ท่านจะได้รับหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยจากสถานเอกอัครราชทูตฯ (COE) แต่หากท่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสายการบินที่ท่านใช้บริการ สายการบินนั้น ๆ มีอำนาจที่จะปฏิเสธไม่ให้ท่านเดินทาง

 

* * * * * * * * * * *

 

ข้อมูลย้อนหลัง

ประกาศ !! เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศเพิ่มเติมแก้ไขประกาศที่ได้ออกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.caat.or.th/th/archives/52448

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศว่า ด้วยความจำเป็นในการคงความต่อเนื่องของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จึงขยายเวลาการระงับเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารเข้าประเทศไทย ต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ยกเว้นเที่ยวบินต่าง ๆ ที่ได้รับอนุญาตดังที่ระบุไว้ตามประกาศ (ดูประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย) (PDF)

 

* * * * * * * * * * *

ประกาศ !! เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศว่า ด้วยความจำเป็นในการคงความต่อเนื่องของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 จึงขยายเวลาการระงับเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารเข้าประเทศไทย ต่อไปจน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ยกเว้นเที่ยวบินต่าง ๆ ที่ได้รับอนุญาตดังที่ระบุไว้ตามประกาศ (ดูประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย) (PDF)

- สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ทุกท่านที่เข้าใจข้อจำกัดต่าง ๆ และให้ความร่วมมือในการชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยเป็นอย่างดี

 

ประกาศ !! เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ประกาศว่า ด้วยความจำเป็นในการคงความต่อเนื่องของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จึงขยายเวลาการระงับเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสารเข้าประเทศไทย ต่อไปจน ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ยกเว้นเที่ยวบินต่างๆ ที่ได้รับอนุญาตดังที่ระบุไว้ตามประกาศ (ดูประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย)

- ผู้ที่เดินทางถึงไทยโดยเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตข้างต้น จะอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เช่น การกักกันตัว 14 วันในพื้นที่ที่ทางการจัดให้

- ท่านที่จะเดินทางในช่วงวันดังกล่าวกรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้ง

- ชาวไทยที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางกลับประเทศไทยภายในเดือนพฤษภาคม 2563 กรุณาติดต่อสถานเอกอัครรราชทูตฯ ที่ consular@thaiembassy.nl เพื่อแจ้งชื่อ ความจำเป็น หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์สำหรับติดต่อกลับ เพื่อสถานเอกอัครราชทูตฯ จะพยายามประสานความเป็นไปได้เพื่อช่วยให้ท่านได้เดินทางกลับในโอกาสแรก 

สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ทุกท่านที่เข้าใจข้อจำกัดต่าง ๆ และให้ความร่วมมือในการชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยเป็นอย่างดี

 

ประกาศ !! เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศขยายเวลาระงับทุกเที่ยวบินเข้าประเทศไทย ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 และผู้ที่เดินทางถึงไทยจะถูกกักตัว 14 วัน ในพื้นที่ที่ทางการจัดให้ ขอให้ท่านที่จะเดินทางในช่วงวันดังกล่าวกรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้ง (ดูประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย) (https://www.caat.or.th/th/archives/49587)

 

ประกาศ !! เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศขยายเวลาระงับทุกเที่ยวบินเข้าประเทศไทย จากวันที่ 4 - 6 เมษายน 2563 ขยายเวลาถึงวันที่ 18 เมษายน 2563 และผู้ที่เดินทางถึงไทยจะถูกกักตัว 14 วัน ในพื้นที่ที่ทางการจัดให้ ขอให้ท่านที่จะเดินทางในช่วงวันดังกล่าวกรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้ง (ดูประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย)

 

ประกาศ !! เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2563 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยประกาศระงับทุกเที่ยวบินเข้าประเทศไทยระหว่างวันที่ 4 - 6 เมษายน 2563 และผู้ที่เดินทางถึงไทยจะถูกกักตัว 14 วัน ในพื้นที่ที่ทางการจัดให้ (เที่ยวบินที่ขึ้นบินแล้ว) ขอให้ท่านที่จะเดินทางในช่วงวันดังกล่าวกรุณาตรวจสอบกับสายการบินอีกครั้ง (ดูประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย)

 

ประกาศ !! ขอความร่วมมือคนไทยในต่างประเทศชะลอการเดินทางกลับประเทศไทย

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 มีผลใช้บังคับระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2563 และได้ยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นหน่วยงานพิเศษตามมาตรา 7 ของพระราชกำหนด นั้น

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ได้รับแจ้งว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (2 เมษายน 2563) ตามเวลาท้องถิ่นที่ประเทศไทย ที่ประชุม ศบค. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติที่เกี่ยวข้องกับคนไทยในต่างประเทศ ดังนี้

1. ขอความร่วมมือคนไทยในต่างประเทศชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2563

2. คนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศจะต้องเข้ากักกันเฝ้าระวังโรค (quarantine) ในทุกกรณี ณ สถานที่ที่จัดให้โดยกระทรวงมหาดไทย และกองบัญชาการกองทัพไทย

3. ให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ระงับการลงทะเบียนการเดินทางกลับประเทศไทย (ซึ่งรวมถึงการออกหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย) จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2563

4. สำหรับหนังสือรับรองฯ ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ออกไปแล้ว อนุโลมให้สามารถใช้เดินทางกลับประเทศไทยทางอากาศได้ โดยผู้โดยสารต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่มีอายุไม่เกิน 72 ชม. ประกอบการเดินทาง

ศบค. มีมาตรการข้างต้นด้วยโดยคำนึงถึงสุขภาพของทุกคนเป็นหลัก และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดฯ ในประเทศไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยที่พำนักอยู่ในเนเธอร์แลนด์โปรดเข้าใจและให้ความร่วมมือชะลอการเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงนี้ (ดูประกาศสถานเอกอัครราชทูตฯ)

#

* * * * * * * * * * *